รายงานสรุปโครงการ TH AI Passport: รายละเอียด, กระแสต่อต้าน และสถานะปัจจุบัน

บทนำ

โครงการ TH AI Passport เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มีเป้าหมายในการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับประชาชนไทย โดยการแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับมืออาชีพฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี ให้กับคนไทยจำนวน 5 ล้านคน ด้วยงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ได้เผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและความคุ้มค่าของงบประมาณ [1] [3].

รายละเอียดโครงการ TH AI Passport

โครงการ TH AI Passport มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย” ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม [1] [2].

วัตถุประสงค์และเป้าหมาย

  • วัตถุประสงค์หลัก: มอบสิทธิ์เข้าใช้งานโมเดล AI ชั้นนำระดับโลกเวอร์ชันเสียเงินฟรี 1 ปี จำนวน 5,000,000 สิทธิ์ ให้กับคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป [1].
  • งบประมาณ: 1,600 – 1,621 ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE Fund) [1] [3].
  • เป้าหมาย: เพิ่มจำนวนผู้ใช้ AI อย่างมีคุณภาพผ่านหลักสูตร Up Skill ภายใต้แนวคิด “Learn to Earn” เพื่อยกระดับศักยภาพคนไทยในการแข่งขันทางเศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มอัตราการเข้าถึง AI ของไทยจาก 10.7% เป็นประมาณ 23% เทียบเท่าเวียดนาม [2] [3].
  • โมเดล AI: รวบรวม AI จำนวน 12 โมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เช่น ChatGPT, Gemini, Claude [1] [2].

เงื่อนไขการใช้งาน

ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องศึกษาหลักสูตรพัฒนาทักษะ AI ให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดบนแพลตฟอร์ม E-learning ของรัฐบาลก่อนจึงจะสามารถใช้งาน AI เวอร์ชัน Pro ได้ หากพบว่าปล่อยบัญชีทิ้งร้าง ระบบจะริบสิทธิ์คืนเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนรายอื่น [1].

ความปลอดภัยของข้อมูล

กระทรวงดีอีชี้แจงว่า ผู้ให้บริการ AI จะไม่สามารถนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้ต่อได้ โดยข้อมูล User และ Prompt จะถูกจัดเก็บบน Cloud ภายในประเทศไทยในรูปแบบ Anonymous และการยืนยันตัวตน (Verify ID) ใช้เพื่อยืนยันสิทธิ์การใช้งานสำหรับคนไทยเท่านั้น โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่เจ้าของโมเดล AI [2] [3].

กระแสวิพากษ์วิจารณ์และการต่อต้าน

โครงการ TH AI Passport ได้รับการตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและความคุ้มค่าของงบประมาณ [1] [3].

ประเด็นความโปร่งใสและการจัดซื้อจัดจ้าง

  • การล็อกสเปก: มีการตั้งข้อสังเกตว่าขอบเขตของงาน (TOR) เข้าข่ายล็อกสเปก โดยเฉพาะการกำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มทุนสื่อเพียงรายเดียวที่ถือครองสิทธิ์และบังเอิญอยู่ในกิจการร่วมค้าที่ชนะการประมูล [3].
  • ระยะเวลาประมูล: โครงการนี้ประกาศและเปิดให้ยื่นประมูลภายใน 34 วัน ซึ่งถือว่ารวดเร็วผิดปกติเมื่อเทียบกับโครงการขนาดใหญ่ทั่วไปที่ใช้เวลา 3-6 เดือน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีผู้รู้ข้อมูลภายในล่วงหน้า [3].
  • ผู้ทำราคากลาง: บริษัทที่มาทำราคากลางกลายเป็นผู้ชนะการประมูลเอง และชนะด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคากลางที่ตัวเองกำหนดเพียง 1.5% นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทดังกล่าวยังเป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำราคากลางโครงการขนาดใหญ่อื่นๆ ของกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาฯ [3].

ประเด็นความคุ้มค่าของงบประมาณ

  • จำนวนผู้รับสิทธิ์: นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคำถามว่าตัวเลข 5 ล้านคนไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริง แต่เกิดจากการนำวงเงินงบประมาณมาตั้งหารจำนวนผู้ใช้งาน [3].
  • การซื้อผ่านตัวกลาง: มีข้อสงสัยว่าทำไมต้องซื้อสิทธิ์ใช้งานผ่านบริษัทตัวกลาง ทั้งที่ประเทศอย่างสิงคโปร์สามารถดีลตรงกับ OpenAI ได้ ซึ่งอาจทำให้ใช้งบประมาณน้อยลงหากซื้อ Token เหมามาแบ่งกันใช้ [3].

คำชี้แจงจากกระทรวงดีอี

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงต่อประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ดังนี้ [2] [3]:

  • ความโปร่งใส: ยืนยันว่าโครงการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-bidding ซึ่งเป็นการเปิดแข่งขันอย่างเป็นธรรม.
  • การดีลตรง: การดีลตรงกับบริษัท AI ทำไม่ได้เนื่องจากผิด Company Policy และกฎหมายไทย อีกทั้งหากซื้อตรงข้อมูลอาจไหลออกนอกประเทศ.
  • ความคุ้มค่า: ยืนยันว่าโครงการคุ้มค่า โดยใช้งบประมาณเฉลี่ยเพียง 324 บาทต่อคนต่อปี หรือประมาณ 27 บาทต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าโครงการลักษณะเดียวกันในสิงคโปร์เกือบ 20 เท่า.

สถานะโครงการปัจจุบัน

แม้จะเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการ TH AI Passport ต่อไป [3]. รมว.ดีอี ได้ชี้แจงในสภาฯ ว่ากระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 5 เดือน มีการประชาพิจารณ์ตามกฎหมาย และ TOR มี 33 หน้า โดยส่วนที่เกี่ยวกับสื่อมีเพียง 2 หน้าเท่านั้น [3].

โครงการนี้เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในเดือนมิถุนายน 2569 [1] [4].

สรุป

โครงการ TH AI Passport เป็นความพยายามของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมการเข้าถึงและใช้งาน AI ให้กับประชาชนในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่สูงถึง 1,600 ล้านบาท และประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงความคุ้มค่าของโครงการ ได้กลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญในสังคม แม้กระทรวงดีอีจะยืนยันความโปร่งใสและประโยชน์ของโครงการ แต่ก็ยังคงมีคำถามที่รอการพิสูจน์และตรวจสอบต่อไป [1] [2] [3].

References

  1. TH-AI Passport คืออะไร? รู้จักโปรเจกต์ AI ที่รัฐบาลไทยตั้งงบสูงถึง 1,600 ล้านบาท – Siam Blockchain
  2. รมว.ดีอี แจง TH-AI Passport โปร่งใสทุกขั้นตอน ย้ำใช้งบคุ้มค่า ลงทุนเพื่ออนาคต 1.6 พันล้าน ยกระดับคนไทย 5 ล้านคน เข้าถึง AI ก่อนตกขบวนโลก – กรมประชาสัมพันธ์
  3. ตั้งข้อสังเกต TH-AI Passport ใช้งบ 1.6 พันล้าน จัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ? – Thai PBS
  4. กระทรวงดีอีจ่อเปิดตัว TH-AI Passport แจก AI ใช้ฟรี 5 ล้านสิทธิ พร้อมคอร์สเรียน การสอนใช้งานจริง ระบบรองรับทักษะ เตรียมเปิดลงทะเบียนมิถุนายนนี้ – PPTV HD 36 (Facebook)