ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 บิตคอยน์ (Bitcoin) ยังคงเป็นศูนย์กลางความสนใจของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกระแสเงินทุนจากกองทุน ETF เข้ามามีบทบาทสำคัญในการชี้นำทิศทางราคาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ท้าทาย เมื่อราคาบิตคอยน์ต้องเผชิญกับแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ ท่ามกลางรายงานจากสื่อชั้นนำในไทยที่ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการสะสมสินทรัพย์ของนักลงทุนรายใหญ่ หรือ ‘วาฬ’ และความแม่นยำของโมเดลการคาดการณ์ที่ทำให้นักลงทุนต้องปรับกลยุทธ์กันอย่างเร่งด่วนในเดือนสิงหาคมนี้

โมเดล AI กับการคาดการณ์ราคา 63,000–65,000 ดอลลาร์
ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงต้นเดือนสิงหาคม 2569 รายงานจาก SiamBlockchain ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้โมเดล AI ในการวิเคราะห์แนวโน้มราคาบิตคอยน์ โดยผลลัพธ์ระบุว่า BTC มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในระดับประมาณ 63,000 ถึง 65,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความผันผวนสูงจากการที่ราคาแกว่งตัวอยู่ในกรอบแนวรับ 58,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับจิตวิทยาที่สำคัญ
นักวิเคราะห์มองว่า การที่ราคาจะทะลุผ่านแนวต้านไปสู่ระดับที่ AI คาดการณ์ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหนุนจากนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจมหภาค หาก Fed มีสัญญาณการคงอัตราดอกเบี้ยหรือการดำเนินนโยบายที่ผ่อนคลายลง อาจเป็นแรงขับเคลื่อนให้ราคาบิตคอยน์ทะยานขึ้นตามโมเดลที่พยากรณ์ไว้
พลังของ Bitcoin ETF และการขยับตัวของวาฬ On-chain
ข้อมูลจาก eFinanceThai และ BeInCrypto Thailand ระบุว่ากระแสเงินทุนไหลเข้าและไหลออกในกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เป็นปัจจัยกำหนดความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดเห็นสัญญาณความกังวลจากการที่เงินทุนเริ่มมีความผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาในตลาดสปอต (Spot Market) นอกจากนี้ ข้อมูล On-chain ยังเผยให้เห็นพฤติกรรมที่น่าจับตาของเหล่าวาฬ:
- การโอน BTC ปริมาณมหาศาลไปยังกระดานแลกเปลี่ยน (Exchanges) ซึ่งอาจสื่อถึงการเตรียมพร้อมเพื่อขายทำกำไรหรือปรับพอร์ต
- การสะสมบิตคอยน์เพิ่มเติมโดยนักลงทุนสถาบันบางกลุ่มที่มองเห็นโอกาสในจังหวะราคาปรับฐาน
- บทบาทของบริษัทขุดยักษ์ใหญ่เช่น BitMine ที่มีการเคลื่อนไหวในการถือครองสินทรัพย์ ซึ่งถูกรายงานโดย Bitcoin Addict ว่ามีผลต่อแรงขายในตลาดระยะสั้น
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในระยะยาวบิตคอยน์จะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย แต่ในระยะสั้น พฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่ยังคงเป็นตัวกำหนดความผันผวนที่นักลงทุนรายย่อยต้องระมัดระวัง
สถานการณ์ในประเทศไทยและความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทย
สำหรับบริบทของตลาดคริปโตในประเทศไทย สื่ออย่าง Bitcoin Addict และ BeInCrypto TH ได้รายงานถึงความเชื่อมโยงระหว่างราคาในตลาดโลกและสถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการจัดการและการดำเนินงานของบริษัทซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำอย่าง Bitkub ซึ่งยังคงเป็นศูนย์กลางการซื้อขายที่สำคัญของคนไทย ความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยในช่วงนี้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยบทวิเคราะห์เชิงเทคนิคที่ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการ ‘Buy the Dip’ หรือการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาที่แนวรับ
อย่างไรก็ตาม คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญผ่านสื่ออย่าง eFinanceThai ย้ำเตือนให้ติดตามข่าวสารจากต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อมูลจาก The Block หรือ CoinDesk ที่สื่อไทยมักนำมาสรุปเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์ระดับโลกสามารถส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนในไทยได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

สรุปภาพรวมของ Bitcoin ในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ คือการยืนอยู่บนความคาดหวังที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) แม้โมเดล AI จะให้ความหวังที่ระดับ 65,000 ดอลลาร์ แต่ความจริงในกระดานเทรดยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนจากปัจจัย ETF และนโยบาย Fed นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และใช้ข้อมูล On-chain เป็นเข็มทิศในการตัดสินใจ มากกว่าการใช้อารมณ์ตามกระแสข่าวรายวัน

