ตลาด EV ไทยปี 2026 โตพุ่ง! ค่ายจีนครองเมือง BYD นำทัพส่วนแบ่งสูงสุด

ก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2026 อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยยังคงแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและทรงพลังอย่างต่อเนื่อง จากรายงานล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างเข้มข้น โดยมียอดจดทะเบียนสะสมพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียนอย่างเต็มตัว

บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลสถิติที่น่าสนใจจากรายงานล่าสุดของ JETRO และสถานการณ์การแข่งขันในตลาดที่แบรนด์จีนกำลังขับเคี่ยวกันด้วยเทคโนโลยีและโปรโมชั่นสุดร้อนแรงในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมของทิศทางยานยนต์อัจฉริยะที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมในประเทศไทยไปอย่างสิ้นเชิง

หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะภายในรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย

เจาะสถิติยอดจดทะเบียน BEV: ค่ายจีนพาเหรดครองตลาดไทย

จากรายงานล่าสุดขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ที่เผยแพร่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 ระบุว่าภาพรวมการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในประเทศไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี (มกราคม–กรกฎาคม 2026) มีตัวเลขที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยยอดจดทะเบียนสะสมรวมทั้งสิ้นพุ่งสูงถึง 1,315,084 คัน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2025 ถึง 40.6% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยให้การยอมรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว

เมื่อจำแนกตามส่วนแบ่งการตลาดของผู้ผลิต พบว่าแบรนด์จากจีนยังคงครองความยิ่งใหญ่ไว้อย่างเหนียวแน่น ดังนี้:

  • BYD (รวมแบรนด์ DENZA): ครองอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งตลาด 19.3%
  • CHERY (แบรนด์ OMODA และ JAECOO): ตามมาติดๆ ที่ 18.5%
  • SAIC Motor CP (MG): รักษาส่วนแบ่งไว้ได้ที่ 14.0%
  • GEELY (รวมแบรนด์ ZEEKR): ก้าวขึ้นมาอยู่ที่ 11.5%

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตจีนไม่เพียงแต่เน้นการนำเข้า แต่ยังขยายเครือข่ายศูนย์บริการและระบบซัพพลายเชนในไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) มาสู่ระบบไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม

กลยุทธ์การตลาดสิงหาคม: สมรภูมิราคาและข้อเสนอสุดพิเศษ

ในช่วงเดือนสิงหาคม 2026 ตลาด EV ไทยมีความคึกคักเป็นพิเศษจากการเปิดตัวโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงไตรมาสที่สาม โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อย่าง BYD ประเทศไทย ที่เปิดแคมเปญใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม 2026 นำเสนอสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับรุ่นยอดนิยมอย่าง BYD ATTO 3 และซีรีส์ Seal 5 DM-i รวมถึงรุ่นใหม่อย่าง M6 ที่เน้นการปรับราคาพิเศษและเงื่อนไขทางการเงินที่เข้าถึงง่ายขึ้น

การอัดฉีดโปรโมชั่นในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เพียงแค่การทำยอดขายทั่วไป แต่เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูกาลมหกรรมรถยนต์ในช่วงปลายปี ซึ่งข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่าการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและการให้สิทธิพิเศษ เช่น เครื่องชาร์จที่บ้านฟรีและส่วนลดเงินสด เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถ EV ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แบรนด์อื่นๆ อย่าง CHERY, JAECOO และ ZEEKR ก็มีการขยับตัวนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด BEV เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเทคโนโลยีอัจฉริยะและดีไซน์ที่ล้ำสมัย

ไทยสู่ศูนย์กลาง NEV ระดับภูมิภาคและทิศทางในอนาคต

ความเคลื่อนไหวที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการจัดงาน World New Energy Vehicle Congress 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในระดับอาเซียน ภายในงานมีการหารือถึงการสร้างศูนย์ฝึกอบรมด้านเทคโนโลยี NEV เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรไทยให้รองรับกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในระยะยาว

รายงานจาก AMRO และ JETRO วิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า อุตสาหกรรม EV ในไทยกำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียงตลาดผู้นำเข้า ไปสู่การเป็นฐานการผลิตที่สำคัญเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชีย การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนไฟฟ้าภายในประเทศ เป็นกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาดของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนตามเทรนด์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แขนกลในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ในประเทศไทย

โดยสรุปแล้ว ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ในสภาวะที่เติบโตอย่างเต็มกำลัง ด้วยตัวเลขจดทะเบียนที่พุ่งสูงกว่า 1.3 ล้านคัน และการแข่งขันที่รุนแรงของค่ายรถจีนซึ่งนำโดย BYD และ Chery ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากเพียงแค่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่เป็นผลมาจากนโยบายที่ชัดเจนและการสร้างระบบนิเวศของ EV ที่ครบวงจร สำหรับผู้บริโภค นี่คือช่วงเวลาทองที่มีตัวเลือกหลากหลายและข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด ส่วนในมุมมองระดับมหภาค ไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี NEV ที่น่าจับตามองที่สุดในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง