Bitcoin ทะลุ 81,000 ดอลลาร์ แรงหนุนสถาบันและ ETF ดันราคาพุ่ง 26% ในสัปดาห์เดียว

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงรอยต่อระหว่างเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน 2569 กำลังเผชิญกับคลื่นความผันผวนในทิศทางบวกที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพี่ใหญ่อย่าง Bitcoin (BTC) สามารถทำจุดสูงสุดใหม่รอบสัปดาห์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยขยับขึ้นไปทดสอบระดับราคาที่หลายคนเฝ้ารอระหว่าง 78,000–81,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ ท่ามกลางกระแสการยอมรับจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

จากการรายงานของสำนักข่าวชั้นนำหลายแห่ง พบว่าในช่วง 7 วันที่ผ่านมา Bitcoin มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 25–26% โดยพุ่งไปแตะระดับสูงสุดที่ประมาณ 81,385 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.62–2.66 ล้านบาทต่อ BTC แม้จะมีการปรับฐานเล็กน้อยหลังจากทำจุดสูงสุด แต่ภาพรวมตลาดยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากสภาพคล่องมหภาคที่ดีขึ้นและการไหลเข้าของเม็ดเงินมหาศาลผ่านกองทุน ETF ในสหรัฐฯ

กระแสเงินทุนสถาบันไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล

พลังขับเคลื่อนจาก Spot Bitcoin ETF และการเข้าซื้อของสถาบัน

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin ทะยานขึ้นอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้คือ กระแสเงินทุนสุทธิที่ไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF ในตลาดสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานระบุว่าในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึงประมาณ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความต้องการจากนักลงทุนระดับสถาบันที่ยังคงมีความต้องการสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

  • กลยุทธ์การสะสมของบริษัทจดทะเบียน: บริษัทอย่าง Strategy ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดด้วยการประกาศซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมมูลค่ากว่า 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บริษัท Strive ก็มีการวางตำแหน่งในการสะสม BTC อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
  • Open Interest ในตลาดล่วงหน้า: ข้อมูลจาก Bitcoin Addict ระบุว่าค่า Open Interest ในตลาดฟิวเจอร์สยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนรายใหญ่ยังคงมีการวางสถานะซื้อขายอย่างคึกคัก แม้ราคาจะมีการพักฐานบ้างในบางช่วง
  • ความเคลื่อนไหวของ Bitmine: นอกเหนือจาก Bitcoin แล้ว ยังมีการกล่าวถึงการสะสม Ether และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ในกลุ่มบริษัทขุดและจัดการสินทรัพย์ ซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมตลาดที่เป็นบวกในวงกว้าง

วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดไทยและสัญญาณทางเทคนิคที่ต้องเฝ้าระวัง

ในฝั่งของตลาดประเทศไทย ราคา Bitcoin บนกระดานเทรด Bitkub สอดคล้องไปกับทิศทางตลาดโลก โดยมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 2.64–2.66 ล้านบาทต่อเหรียญ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาจะดูสดใส แต่เหล่านักวิเคราะห์ทางเทคนิคก็ได้ออกมาเตือนถึงเครื่องชี้วัดบางประการ โดยเฉพาะดัชนี RSI (Relative Strength Index) ในระยะสั้นที่เริ่มเข้าสู่โซน Overbought หรือภาวะซื้อมากเกินไป ซึ่งมักจะตามมาด้วยการปรับฐานเพื่อสร้างฐานราคาใหม่ให้มั่นคงกว่าเดิม

นอกจากนี้ ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed Index) ในขณะนี้ยังบ่งบอกว่านักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในภาวะ ‘โลภ’ (Greed) เนื่องจากสภาพคล่องและแรงซื้อที่หนุนเข้ามาไม่ขาดสาย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอย่างใกล้ชิด เพราะความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมีผลโดยตรงต่อการกำหนดราคา BTC ในหน่วยเงินบาท ตามข้อมูลที่ปรากฏบน CoinGecko Thailand

ปัจจัยมหภาคและการประชุม Fed ที่อาจสร้างจุดเปลี่ยน

ก้าวเข้าสู่เดือนกันยายน 2569 สายตาของนักลงทุนทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงินในอนาคต ความไม่แน่นอนนี้อาจนำมาซึ่งความผันผวนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซี หาก Fed มีการส่งสัญญาณที่แตกต่างไปจากสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้

รายงานจาก eFinance Thai และสำนักวิเคราะห์อื่นๆ ระบุว่า แม้ Bitcoin จะปิดเดือนสิงหาคมด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมด้วยการบวกเพิ่มกว่า 25% แต่ความท้าทายในเดือนกันยายนมักจะเป็นบททดสอบสำคัญเสมอ ความแข็งแกร่งของ Fund Flows จาก ETF จะเป็นป้อมปราการสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดไว้ได้หรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารอย่างมีสติและรอบคอบ

กราฟเทคนิคแสดงการพุ่งขึ้นของราคาบิตคอยน์

โดยสรุปแล้ว Bitcoin ในสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ได้รับแรงหนุนหลักจากสถาบันการเงินและกองทุน ETF เป็นสำคัญ แม้ว่าสัญญาณทางเทคนิคจะเริ่มบ่งชี้ถึงภาวะซื้อมากเกินไปในระยะสั้น แต่แรงซื้อสะสมจากบริษัทมหาชนอย่าง Strategy และ Strive ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าสินทรัพย์ชนิดนี้กำลังก้าวเข้าสู่กระแสหลักอย่างเต็มตัว คำแนะนำสำหรับนักลงทุนคือการติดตามผลการประชุม Fed และการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินใน ETF อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการพักฐานที่อาจเกิดขึ้นจะเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหรือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับทิศทางครั้งใหม่