ข้อมูลตรวจสอบ ณ 8 กันยายน ค.ศ. 2026 เวลา 19:36 น. ตามเวลาในประเทศไทย
เทคโนโลยี AI agentic automation หรือระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นแกนหลักในการยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการทำงานระดับองค์กร สรุปความเคลื่อนไหวล่าสุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นการพัฒนาอย่างรวดเร็วของแพลตฟอร์มระดับองค์กรอย่าง Genesys และ UiPath ที่เน้นการเชื่อมต่อเอเจนต์เข้ากับเวิร์กโฟลวธุรกิจและการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนการใช้งานจริง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจในการนำ AI agents เข้ามาร่วมวางแผนและดำเนินการในระบบงานที่ซับซ้อน ตั้งแต่การบริการลูกค้าไปจนถึงการจัดการเวิร์กโฟลวภายใน โดยไม่ต้องพึ่งพาการเขียนโค้ดปริมาณมาก

Genesys ยกระดับ Agentic Virtual Agent เสริมระบบตรวจสอบและการทดสอบ
Genesys ได้ประกาศปรับปรุงขีดความสามารถของ Agentic Virtual Agent บนแพลตฟอร์ม Genesys Cloud โดยมุ่งเน้นการเพิ่มความน่าเชื่อถือของการโต้ตอบกับลูกค้า [1] ในการอัปเดตครั้งนี้ ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ AI-powered testing เพื่อให้องค์กรสามารถทดสอบและประเมินคุณภาพการทำงานของเอเจนต์เสมือนจริงก่อนที่จะเปิดใช้งานจริงในระบบบริการลูกค้า
นอกจากนี้ Genesys ยังได้เสริมระบบรายงานรายละเอียดและการตรวจสอบการดำเนินงาน (auditability) เพื่อให้ทีมผู้ดูแลสามารถตรวจสอบย้อนกลับทุกการตัดสินใจและการโต้ตอบของ AI agent ได้อย่างโปร่งใส ช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานที่ผิดพลาด และสร้างความมั่นใจให้กับองค์กรขนาดใหญ่ในการนำ AI agents เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงานศูนย์บริการลูกค้า [1]
UiPath อัปเดต Maestro เพิ่มความสอดคล้องของ Schema และเวิร์กโฟลว
ทางด้านผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อัตโนมัติชั้นนำอย่าง UiPath ได้เปิดเผยรายละเอียด Release Notes ประจำเดือนกันยายน ค.ศ. 2026 สำหรับ UiPath Maestro บน Automation Cloud [2] โดยปรับปรุงการจัดการโครงสร้างข้อมูลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การอัปเดตที่สำคัญประกอบด้วยการเพิ่มฟังก์ชัน Refresh schema before call เพื่อตรวจสอบและปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลให้ตรงกันก่อนที่มีการเรียกใช้งานจริง
ฟีเจอร์ใหม่นี้ช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างเวิร์กโฟลวของ UiPath และเซิร์ฟเวอร์ Model Context Protocol (MCP) หรือระบบบริการบนคลาวด์อื่น ๆ มีความเสถียร ลดปัญหาความขัดแย้งของข้อมูล และช่วยเร่งความเร็วในการติดตั้งใช้งาน AI agents ในสภาพแวดล้อมธุรกิจแบบผสมผสาน [2]
แนวโน้ม Open Source และการนำ Agentic AI ไปใช้ในกระบวนการธุรกิจ
นอกเหนือจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ของค่ายหลัก ภาพรวมของอุตสาหกรรมยังสะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Open Source AI และแนวคิด no-code/low-code [4] โดยการนำ AI agents มาผสานเข้ากับระบบ Robotic Process Automation (RPA) เดิมที่มีอยู่ ช่วยให้การทำงานอัตโนมัติครอบคลุมงานที่มีความซับซ้อนและยืดหยุ่นได้มากกว่าเดิม [5]
ในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มการบริหารจัดการองค์กรอื่น ๆ เช่น Bullhorn Automation ก็นำเทคโนโลยี AI เข้ามาปรับปรุงการแจ้งเตือนและการทำงานส่วนหน้าเช่นกัน [3] ทั้งนี้ ในเชิงการใช้งานสำหรับองค์กรในประเทศไทย การปรับใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อาจจำเป็นต้องพิจารณาบริบทด้านการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคล มาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภายในองค์กรอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและเป็นไปตามข้อบังคับในประเทศ

การเคลื่อนไหวของทั้ง Genesys และ UiPath ตลอดจนแนวโน้ม Open Source AI ในช่วงเดือนกันยายน ค.ศ. 2026 แสดงให้เห็นว่า AI agentic automation ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทดลองอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านกระบวนการทำงานที่ตรวจสอบได้และมีความเสถียรสูง องค์กรที่กำลังวางแผนทรานส์ฟอร์มเวิร์กโฟลวควรมุ่งเน้นการทดสอบระบบและวางกรอบกำกับดูแลความปลอดภัยเพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้งานเอเจนต์อัจฉริยะอย่างปลอดภัยต่อไป
แหล่งข้อมูล
- [1] Genesys Newsroom: Genesys Enhances Agentic Virtual Agent Amid Growing Enterprise Adoption (8 กันยายน 2026)
- [2] UiPath Docs: Maestro – September 2026 Release Notes (กันยายน 2026)
- [3] Bullhorn KB: Bullhorn Automation Release Notes – Release 2026.9 (8 กันยายน 2026)
- [4] Linux Foundation: Open Source and the Future of AI Report 2026 (2026)
- [5] TechRadar: How to automate workflows using open-source AI agents (2 กันยายน 2026)

