จีน-สหรัฐฯ เตรียมเดินหน้าเจรจา AI หวังสร้างเสถียรภาพท่ามกลางการแข่งขัน

ข้อมูลตรวจสอบ ณ 26 ตุลาคม 2026 02:05 เวลาไทย

ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน สองมหาอำนาจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเตรียมการเจรจาเชิงลึกเกี่ยวกับ AI ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกการจัดการเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และกำหนดมาตรฐานร่วมกัน ซึ่งเป็นความพยายามสำคัญในการรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและควบคุมการพัฒนา AI ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ [1], [2], [3]

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ ได้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองประเทศในการพัฒนาและกำกับดูแล AI อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สุขของมนุษยชาติ [2], [3]

ภาพแนวคิดมือที่แตกต่างกันประสานกันบนอินเทอร์เฟซดิจิทัล สื่อถึงทีมเทคนิคสหรัฐฯ-จีนร่วมมือกัน

การเจรจา AI ระหว่างสหรัฐฯ-จีน: สร้างกลไกและมาตรฐาน

การเจรจาระหว่างทีมเทคนิคของสหรัฐฯ และจีนกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสรุปกรอบความร่วมมือด้าน AI ที่เคยประกาศไว้เมื่อเดือนที่แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการจัดตั้งกลไกการสื่อสารเพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจาก AI และทำให้การหารือทวิภาคีเป็นสถาบัน [3] การประชุมสุดยอด APEC ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเป็นการพบกันครั้งที่สามระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปีนี้ คาดว่าจะเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากความร่วมมือด้าน AI นี้ [3], [5]

รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ ได้กล่าวเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 ว่าจีนและสหรัฐฯ ในฐานะประเทศชั้นนำด้าน AI มีทั้งความสามารถและความรับผิดชอบในการพัฒนาร่วมกันและจัดการ AI อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เทคโนโลยีนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์และเป็นประโยชน์ต่อผู้คน [2], [3] เขายังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกันความเสี่ยง เพิ่มความร่วมมือ และร่วมกันหารือเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใช้ได้ทั่วโลก [2]

บริบทของการแข่งขันและทางเลือกของประเทศอื่น ๆ

ในขณะที่สหรัฐฯ และจีนพยายามสร้างความร่วมมือด้าน AI การแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจนี้ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI [1], [4] สหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อจำกัดการส่งออกชิป AI ไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น มาเลเซียและไทย เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสู่จีน [4] ในทางกลับกัน บริษัทเทคโนโลยีจีนก็กำลังเพิ่มการลงทุนในศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้น [4]

สถานการณ์นี้ทำให้หลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องเผชิญกับภาวะลำบากในการเลือกข้างระหว่างสองขั้วอำนาจ AI [1], [4] ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า โอกาสที่ประเทศต่าง ๆ จะสามารถเลือกได้อย่างอิสระอาจกำลังลดน้อยลง ทำให้ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเทคโนโลยีชิปและ AI ที่ก้าวหน้าที่สุดของสหรัฐฯ หรือเข้าร่วมกับแนวทางของจีน [1] อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยและสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ก็ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ในระดับภูมิภาค เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและนวัตกรรมร่วมกัน [4], [6]

ภาพแผนที่โลกพร้อมเส้นทางดิจิทัลเชื่อมโยง สื่อถึงผลกระทบความสัมพันธ์ AI สหรัฐฯ-จีนต่อประเทศอื่น

การเจรจาด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีนในเดือนพฤศจิกายนนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก AI แต่ยังเพื่อสร้างกลไกที่สามารถรักษาเสถียรภาพในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของทั้งสองประเทศ [3] ผลลัพธ์จากการเจรจาและการประชุมสุดยอด APEC จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าสองมหาอำนาจจะสามารถเปลี่ยนจากการแข่งขันไปสู่ความร่วมมือในประเด็นสำคัญนี้ได้อย่างไร และจะส่งผลต่อภูมิทัศน์ AI ทั่วโลก รวมถึงทางเลือกของประเทศอื่น ๆ ในอนาคต

แหล่งข้อมูล