เกาหลีใต้เปิด ‘AI Humanoid Data Factory’ เร่งพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

ข้อมูลตรวจสอบ ณ 3 พฤศจิกายน 2026 14:05 เวลาไทย

เกาหลีใต้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัว ‘AI Humanoid Data Factory’ แห่งแรกของประเทศ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 [2], [5] โรงงานข้อมูลแห่งนี้สร้างขึ้นโดยสถาบันวิจัยเครื่องจักรและวัสดุแห่งเกาหลี (KIMM) ร่วมกับสถาบันวิจัยอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม (ETRI) มีเป้าหมายหลักในการผลิตข้อมูลการฝึกอบรมขนาดใหญ่และคุณภาพสูงสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เพื่อลดการพึ่งพาข้อมูลและโมเดล AI จากต่างประเทศ และเร่งผลักดันให้หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานได้จริงทั้งในภาคอุตสาหกรรมและในชีวิตประจำวัน [2], [5]

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังจัดโซฟาในบ้านที่ทันสมัย

AI Humanoid Data Factory: หัวใจของการฝึกฝนหุ่นยนต์

AI Humanoid Data Factory ตั้งอยู่ในอาคาร KIMM เมืองแทจอน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นสองชั้น และเริ่มต้นด้วยการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 12 ตัว โดยมีแผนจะขยายเป็น 25 ตัวในอนาคต [2], [5] โรงงานแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลการเคลื่อนไหวและการทำงานของหุ่นยนต์ในสถานการณ์ต่างๆ ตั้งแต่การเคลื่อนไหวของแขนขาแต่ละส่วน ไปจนถึงการทำงานที่ซับซ้อนโดยใช้ทั้งร่างกาย [5]

ในพิธีเปิดตัว ได้มีการสาธิตความสามารถของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในการทำงานประจำวัน เช่น การหยิบของจากตู้เย็น การจัดการผ้าซัก การจัดโซฟา และการควบคุมปุ่มและคันโยกภายในรถยนต์ [2], [5] การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งจะถูกบันทึกเพื่อใช้ฝึกอบรมโมเดล AI ที่เรียกว่า vision-language-action models (VLA) ซึ่งเป็นระบบ AI ที่แปลงสิ่งที่หุ่นยนต์มองเห็นและได้รับคำสั่งให้เป็นการเคลื่อนไหว [2] โมเดลที่ได้รับการฝึกอบรมจะถูกนำไปทดสอบกับหุ่นยนต์จริง และข้อมูลจากการทดสอบเหล่านั้นจะถูกป้อนกลับเข้าสู่กระบวนการฝึกอบรมอีกครั้ง เพื่อปรับปรุงความสามารถในการทำงานของหุ่นยนต์ให้ดียิ่งขึ้น [2], [5]

เป้าหมายและวิสัยทัศน์ระดับชาติ

การเปิดตัว AI Humanoid Data Factory เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ K-Moonshot ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และ ICT ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีเป้าหมายในการประยุกต์ใช้ AI ในภารกิจระดับชาติ 12 ด้าน รวมถึงการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ [2] รัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งเป้าที่จะสร้างแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับโลกภายในสามปี และได้จัดสรรงบประมาณ 2.3 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จนถึงปี 2030 สำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ [2]

โครงการนี้ยังรวมถึงการจัดซื้อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ผลิตในประเทศจำนวน 1,080 ตัว และเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนหลักที่ผลิตในประเทศจากประมาณ 45% เป็น 80% [2] ในพิธีเปิดตัว หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ KAIROS ซึ่ง KIMM เริ่มพัฒนาเมื่อกว่าหนึ่งปีที่แล้ว ได้แสดงความสามารถในการจัดการวัตถุอย่างแม่นยำและการเลียนแบบการเคลื่อนไหวของมนุษย์ทั้งตัว [2], [5] KAIROS เวอร์ชัน 1 มีกำหนดเปิดตัวในเดือนเมษายน 2027 ก่อนที่โรงงานข้อมูลจะเปิดให้บริษัทภายนอก มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยเข้าใช้งาน [2]

ความท้าทายและการร่วมมือระดับนานาชาติ

ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีใต้และจีนได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาความสามารถในการจัดการที่ซับซ้อนและความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในภาคอุตสาหกรรม [3] การรวบรวมข้อมูลการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงและการปรับปรุงประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ [3]

ศาสตราจารย์อี ดง-จุน จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ชี้ว่า การพัฒนาความสามารถในการจัดการที่ซับซ้อนนั้นสำคัญกว่าการเดิน โดยหุ่นยนต์จำเป็นต้องมีแขนและมือที่เบา แข็งแรง และตอบสนองต่อแรงสัมผัสได้ดี เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างครอบคลุมว่าจะจับวัตถุส่วนใด ใช้อวัยวะส่วนใดของมือ และจะใช้สภาพแวดล้อมรอบข้างอย่างไร [3] ความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น ฟอรัมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม AI เชิงกายภาพระหว่างเกาหลี-จีน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ [3]

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังควบคุมแผงควบคุมภายในรถยนต์

การเปิดตัว AI Humanoid Data Factory ถือเป็นก้าวสำคัญของเกาหลีใต้ในการสร้างระบบนิเวศการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่แข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองได้ [2], [5] ด้วยการลงทุนมหาศาลและการมุ่งเน้นไปที่การสร้างข้อมูลคุณภาพสูงและการพัฒนาฮาร์ดแวร์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของเกาหลีใต้มีศักยภาพที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่โรงงานอัจฉริยะไปจนถึงการช่วยเหลือในครัวเรือน [2], [3] อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในการพัฒนาความสามารถในการจัดการที่ซับซ้อนและการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามและแก้ไขต่อไป เพื่อให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างแท้จริงในอนาคต [3]

แหล่งข้อมูล