เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในวงการไอทีหรือการพัฒนาซอฟต์แวร์อีกต่อไป โดยในช่วงปี 2025–2026 รายงานวิจัยและวิเคราะห์อุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่า Generative AI และ Agentic AI ได้ขยายตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บริการทางกฎหมาย อสังหาริมทรัพย์ งานก่อสร้าง ตลอดจนวงการกีฬา ซึ่งเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการหลักและการทำงานข้ามสายงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าใหม่ให้แก่องค์กร

การยกระดับบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกฎหมาย
ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว Generative AI และ Agentic AI กำลังเข้ามามีบทบาทในการออกแบบประสบการณ์การเดินทางแบบเรียลไทม์ โดยรายงานจาก IDC และ Deloitte ระบุว่าองค์กรในภาคท่องเที่ยวมีการทดสอบ GenAI เพื่อวางแผนทริป จัดทำคู่มือท่องเที่ยวส่วนบุคคล และพัฒนาแชทบอทเชิงบริหารสำหรับจัดการการจองและปรับเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ [1] รวมทั้งมีแนวโน้มพัฒนา Superapps ที่รวบรวมระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลและบริการเดินทางไว้ในแอปเดียวเพื่อความปลอดภัยและข้อมูลที่ทันสมัย [1]
สำหรับแวดวงกฎหมาย รายงาน State of AI in Legal และ LawTech Snapshot สะท้อนการนำ GenAI มาใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในสำนักงานกฎหมายและฝ่ายกฎหมายขององค์กร [2][3] ระบบ AI ถูกนำมาใช้สกัดข้อมูลจากสัญญา ค้นหาและวิเคราะห์คดีความ ตลอดจนการร่างและตรวจทานเอกสารทางกฎหมายพื้นฐาน โดยองค์กรส่วนใหญ่เริ่มจัดทำนโยบายความปลอดภัยข้อมูลเพื่อรองรับการใช้งานจริงในงานประจำวันแล้ว [3]
นวัตกรรมในอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และกีฬา
ด้านอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง AI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของ PropTech และการบริหารโครงการ โดยในภาคอสังหาริมทรัพย์ มีการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลตลาด ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน พยากรณ์ค่าเช่า และประมวลผลภาพถ่ายเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน [4] ในขณะที่ภาคการก่อสร้าง งานวิจัยเน้นย้ำถึงการใช้ Generative AI ร่วมกับแบบจำลองข้อมูลอาคาร (Building Information Modeling หรือ BIM) เพื่อการออกแบบอัตโนมัติ การติดตามความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบนไซต์งาน และการฝึกอบรมบุคลากร [5]
ในส่วนของวงการกีฬา เทคโนโลยี Computer Vision และ AI ถูกนำมาใช้วิเคราะห์การแข่งขันและติดตามการเคลื่อนไหวของนักกีฬาแบบเรียลไทม์ [6] ช่วยให้ผู้ฝึกสอนประเมินทักษะและติดตามความเสี่ยงการบาดเจ็บได้แม่นยำขึ้น รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ชม เช่น การจำลองนักกีฬาเสมือนจริงและการถ่ายทอดสถิติลึกจากสนามแข่งขัน [6]
แนวโน้มการประยุกต์ใช้ข้ามสาขาและการบริหารความเสี่ยง
นอกจากการใช้งานเฉพาะด้านแล้ว ช่วงปี 2025–2026 ยังปรากฏแนวโน้มการประยุกต์ใช้งาน AI ข้ามสาขา (Cross-disciplinary applications) อย่างชัดเจน เช่น การบูรณาการ AI วางแผนโครงการก่อสร้างที่เชื่อมโยงกับข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว หรือการใช้ AI ทางกฎหมายร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ [4]
อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ทำให้องค์กรในทุกสาขาต้องติดตามมาตรการความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และนโยบายการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปรับใช้ AI ในเชิงการใช้งานจริงเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น [4]

การขยายตัวของ AI ในอุตสาหกรรมดั้งเดิมช่วงปี 2025–2026 แสดงให้เห็นว่า AI ได้เปลี่ยนสถานะจากเทคโนโลยีทางเลือกมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ทั้งในการสร้างประสบการณ์ลูกค้ารายบุคคล การประมวลผลเอกสารเชิงลึก และการวิเคราะห์ข้อมูลกายภาพ องค์กรที่สามารถประยุกต์ใช้ AI ข้ามสาขาพร้อมควบคุมความปลอดภัยข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเปรียบเสมือนผู้กุมความได้เปรียบในการแข่งขันยุคใหม่
แหล่งข้อมูล
- [1] IDC, Agentic AI Will Redefine Travel and Hospitality in 2026
- [2] University of Melbourne, Technology in the Law Snapshot Reports
- [3] Thomson Reuters, How AI is transforming the legal profession
- [4] ScienceDirect, Artificial Intelligence Applications in Real Estate and Industry Integration
- [5] ScienceDirect, Generative AI and Project Management in Construction
- [6] Springer, AI and Computer Vision in Sports Performance Analytics

