ภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางแดดจ้าและมลพิษบนท้องถนนอาจกำลังกลายเป็นอดีต เมื่อประเทศจีนก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบังคับใช้กฎหมายด้วยการส่งกองทัพ “หุ่นยนต์ตำรวจฮิวแมนอยด์” ออกปฏิบัติงานจริงบนท้องถนนเพื่อทำหน้าที่กำกับจราจรและกวดขันวินัยจราจรอย่างเต็มรูปแบบ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทดสอบในห้องปฏิบัติการ แต่เป็นการนำร่องใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะของเมืองหางโจว โดยหุ่นยนต์อัจฉริยะเหล่านี้สามารถทำงานแทนมนุษย์ในภารกิจที่ซ้ำซากและมีความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง SUPCON Information ในการผลักดันให้ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยในสังคมเมือง

เจาะสเปก ‘ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ AI’ จาก SUPCON Information
หุ่นยนต์ตำรวจฮิวแมนอยด์รุ่นล่าสุดนี้มีความโดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์และเทคโนโลยีภายใน ด้วยความสูงประมาณ 1.88 เมตร และน้ำหนักตัว 98 กิโลกรัม ทำให้มีรูปร่างที่น่าเกรงขามและเข้าถึงประชาชนได้ง่ายในระดับสายตา ภายในติดตั้งระบบเซนเซอร์ที่ครบครัน ทั้งกล้องความละเอียดสูง เรดาร์ตรวจจับวัตถุ และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถวิเคราะห์สถานการณ์รอบตัวได้แบบเรียลไทม์
คุณสมบัติเด่นที่ทำให้หุ่นยนต์รุ่นนี้แตกต่างคือความสามารถในการปฏิบัติงานแบบอัตโนมัติ (Autonomously) โดยไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมระยะไกลจากมนุษย์ตลอดเวลา หุ่นยนต์สามารถออกปฏิบัติหน้าที่กลางแจ้งได้ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ไปจนถึง 18:00 น. รวมระยะเวลาการทำงานถึง 11 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นที่สุด
ภารกิจลดอุบัติเหตุและสถิติความสำเร็จที่น่าทึ่ง
ภารกิจหลักของหุ่นยนต์ตำรวจฮิวแมนอยด์เหล่านี้คือการกวดขันวินัยจราจรในจุดที่มักเกิดการฝ่าฝืนบ่อยครั้ง โดยครอบคลุมหน้าที่ดังนี้:
- ตรวจจับผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่สวมหมวกนิรภัย
- ตรวจสอบรถที่จอดในที่ห้ามจอด หรือกีดขวางการจราจร
- ตรวจจับการขับรถย้อนศรและการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรของผู้เดินเท้า
- ออกคำเตือนด้วยเสียงเพื่อตักเตือนผู้กระทำความผิดในทันที
- ตอบคำถามและให้ข้อมูลประชาชนเกี่ยวกับเส้นทาง จุดจอดรถ และกฎจราจรพื้นฐาน
จากการรายงานข้อมูลของสำนักข่าว Reuters และสื่อท้องถิ่น ผลลัพธ์ของการใช้งานจริงนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง หุ่นยนต์เหล่านี้ได้ออกคำเตือนประชาชนไปแล้วมากกว่า 170,000 ครั้ง และที่สำคัญที่สุดคือสามารถช่วยลดจำนวนผู้ขับขี่ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยลงได้มากกว่า 40% ต่อเดือนในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการมีอยู่ของหุ่นยนต์ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนนได้จริง แม้หุ่นยนต์จะยังไม่มีอำนาจในการจับกุมทางกฎหมายโดยตรง แต่หากเกิดเหตุจำเป็น ระบบจะเชื่อมต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นมนุษย์ทันที
อนาคตของการขยายตัวและการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart City
ปัจจุบันมีการนำหุ่นยนต์ตำรวจฮิวแมนอยด์มาใช้งานจริงแล้วอย่างน้อย 15 ตัวในเมืองหางโจว และภายในปี 2569 นี้ ทาง SUPCON Information มีแผนที่จะขยายจำนวนการติดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่เกือบ 200 ตัวทั่วเมือง การขยายตัวนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของระบบและการยอมรับของสังคม
เทรนด์การใช้หุ่นยนต์บริการ (Service Robot) ในภาคส่วนสาธารณูปโภคเช่นนี้ กำลังเป็นต้นแบบให้กับเมืองใหญ่อื่นๆ ทั่วโลก จีนกำลังแสดงให้เห็นว่าการนำ AI มาใช้ในงาน Public-facing หรือการเผชิญหน้ากับประชาชนโดยตรง สามารถทำได้จริงและช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างมหาศาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์สามารถไปโฟกัสกับงานที่ซับซ้อนและต้องการการตัดสินใจในระดับสูงได้มากกว่าเดิม

ความสำเร็จของหุ่นยนต์ตำรวจฮิวแมนอยด์ในหางโจวเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า AI และหุ่นยนต์ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีในฝันอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในสังคมได้จริง สำหรับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ นี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่าเราจะสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มาช่วยจัดการปัญหาจราจรและวินัยบนท้องถนนที่เรื้อรังมานานได้อย่างไรในอนาคตอันใกล้

