DeepSeek AI ของจีนเผชิญเหตุขัดข้องครั้งใหญ่ ท่ามกลางการแข่งขัน AI ที่ดุเดือด

chatgpt image 31 มี.ค. 2569 21 56 21

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีและเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน ซึ่งมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลกภายในปี 2030 ท่ามกลางความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ล่าสุดที่ DeepSeek ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในวงการ AI ของจีน ได้ประสบปัญหาการหยุดชะงักของบริการเป็นเวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 ได้ตอกย้ำถึงความท้าทายที่มาพร้อมกับการพึ่งพาเทคโนโลยี AI ที่ซับซ้อนและมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม

เหตุการณ์ขัดข้องของ DeepSeek AI กินเวลานานกว่า 7 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ DeepSeek ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงต้นปี 2025 เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมาก แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐาน AI แม้ว่า DeepSeek จะเคยสร้างความประทับใจด้วยการพัฒนาโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ GPT-4 ของ OpenAI ก่อนเดือนมกราคม 2025 แต่เหตุการณ์นี้ก็แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ผู้พัฒนาชั้นนำก็ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคทางเทคนิคที่คาดไม่ถึง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความต่อเนื่องของบริการ

ในขณะที่ DeepSeek กำลังเผชิญกับความท้าทายนี้ ผู้เล่นรายใหญ่อื่นๆ ในจีนก็ยังคงเดินหน้าพัฒนา AI อย่างไม่หยุดยั้ง Baidu ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ได้เปิดตัวโมเดล AI ใหม่หลายรุ่นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาด AI ที่ดุเดือด นอกจากนี้ Baidu ยังได้ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ AI ใหม่ล่าสุดอย่าง M100 ซึ่งเน้นการประมวลผลแบบอนุมาน (inference-focused chip) ที่งาน Baidu World เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2025 โดยคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2026 การลงทุนในฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ AI แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Baidu ในการรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรม แม้ว่ารายได้ของบริษัทจะลดลง 3% ในปี 2025 ก็ตาม

รัฐบาลจีนเองก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา AI ด้วยนโยบายที่ชัดเจนและวิสัยทัศน์ระยะยาว แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ได้เน้นย้ำถึงการใช้ประโยชน์จาก AI ในการสร้างงานใหม่และรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ นโยบายอย่าง “Made in China 2025” และ “National New Generation AI Plan” ยังคงเป็นเสาหลักในการผลักดันให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลกภายในปี 2030 โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ มูลค่าของอุตสาหกรรม AI หลักของจีนได้ทะลุ 1.2 ล้านล้านหยวนไปแล้ว และ Alibaba Cloud ก็คาดการณ์ว่าจะครองส่วนแบ่งตลาด Cloud AI ในจีนอย่างเบ็ดเสร็จภายในปี 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมหาศาลของตลาดนี้

เหตุการณ์ขัดข้องของ DeepSeek AI แม้จะเป็นอุปสรรค แต่ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างระบบ AI ที่มีความยืดหยุ่นและเสถียรภาพสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นของจีนในการเป็นผู้นำด้าน AI ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง จีนกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วในเส้นทางสู่การเป็นมหาอำนาจ AI ระดับโลก แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ในระหว่างทางก็ตาม

แหล่งที่มา: Reuters, Techtalkthai, Xinhua Thai, Bloomberg, PIIE, Baidu Investor Relations, MLQ.AI, Facebook (Dr. Investor Group)