ประเทศไทยและกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาครัฐและบริการสาธารณะอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการสร้างความครอบคลุม ความโปร่งใส และการเข้าถึงของประชาชน ผ่านแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติปี 2565–2570 และกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค [1], [2]
ความเคลื่อนไหวสำคัญครอบคลุมทั้งการพัฒนาระบบธรรมาภิบาล AI การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การสร้างโมเดลภาษาไทย (ThaiLLM) เพื่อใช้งานในภาครัฐ ไปจนถึงการเชื่อมโยงบริการราชการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันทางรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะในระดับภูมิภาค [3], [7], [8]

ยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ และกรอบธรรมาภิบาลระดับภูมิภาค
ประเทศไทยได้วางแนวทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ผ่านแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ (National AI Strategy) ปี 2565–2570 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนากรอบการกำกับดูแล การสร้างศูนย์บริหาร AI Governance (AI Governance Practice Center) เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ข้อมูลเปิด (Open Data) และการพัฒนาทักษะดิจิทัลแก่บุคลากรภาครัฐ [1], [9]
ในระดับภูมิภาค ประเทศไทยร่วมกับสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ได้จัดทำกรอบแนวทาง Expanded ASEAN Guide on AI Governance and Ethics ที่เน้นเรื่อง Generative AI เพื่อกำหนดมาตรฐานจริยธรรมและการกำกับดูแลร่วมกัน [2] นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้เสนอนโยบาย TH-AI Passport เพื่อเน้นย้ำเรื่องการเข้าถึง AI อย่างทั่วถึงและการประเมินผลประโยชน์ในระดับชาติ [3]
การพัฒนา ThaiLLM และการยกระดับบริการสาธารณะผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
หนึ่งในรากฐานสำคัญของการปรับใช้ AI ในภาครัฐ คือการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่สำหรับภาษาไทย หรือ ThaiLLM เพื่อให้ระบบ AI เข้าใจบริบทภาษาไทยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับการให้บริการประชาชน [7] โครงการดังกล่าวเน้นการพัฒนาแบบเปิด (Open-source) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารและการให้บริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ [7]
ขณะเดียวกัน บริการสาธารณะของไทยได้รับการยกระดับผ่านแพลตฟอร์ม Super-app อย่างแอปพลิเคชัน ทางรัฐ (Thang Rath) ซึ่งรวบรวมบริการจากหน่วยงานรัฐบาลไว้ในจุดเดียว ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล การลงทะเบียนรับสวัสดิการดิจิทัล และบริการภาครัฐต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น [8]
การพัฒนาเมืองอัจฉริยะและการเชื่อมโยงเครือข่ายสมาร์ทซิตี้อาเซียน
ด้านการพัฒนาเมือง ประเทศไทยได้กำหนดเกณฑ์และแนวทางการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ (Smart City) โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เน้นย้ำมิติ Smart Living และ Smart Governance เพื่อให้การบริหารจัดการเมืองเปิดเผยข้อมูล โปร่งใส และประชาชนมีส่วนร่วมผ่านช่องทางดิจิทัล [4], [6]
นอกจากนี้ ไทยยังมีบทบาทสำคัญในเครือข่าย ASEAN Smart Cities Network (ASCN) โดยนำเมืองต้นแบบ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น และร้อยเอ็ด เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีกับเมืองอื่นๆ ในอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเมือง ปรับปรุงระบบขนส่ง และยกระดับบริการสาธารณะในภูมิภาคอย่างยั่งยืน [5]

การพัฒนา AI ภาครัฐและบริการสาธารณะของไทยสะท้อนถึงความพยายามในการนำเทคโนโลยีมายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมไปกับการสร้างกรอบกำกับดูแลที่โปร่งใสและมีจริยธรรม ความก้าวหน้าของ ThaiLLM และแอปพลิเคชันทางรัฐ ตลอดจนเครือข่ายเมืองอัจฉริยะ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต
แหล่งข้อมูล
- [1] สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA), แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565–2570), pub.nstda.or.th
- [2] ASEAN, Expanded ASEAN Guide on AI Governance and Ethics – Generative AI, asean.org
- [3] Thailand.go.th, TH-AI Passport และนโยบายสาธารณะด้าน AI, thailand.go.th
- [4] สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), Smart City Promotion Criteria, depa.or.th
- [5] ASEAN, ASEAN Smart Cities Network (ASCN), asean.org
- [6] Thailand.go.th, กรอบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ Smart Governance และ Smart Living, thailand.go.th
- [7] AI Thailand, AI Thailand Annual Report 2023 และโครงการ ThaiLLM, ai.in.th
- [8] UNESCO, Thailand Digital Public Services and Thang Rath Platform Case Study, g20techpolicy.unesco.org
- [9] Nation Thailand, Thailand AI Infrastructure and Governance Overview, nationthailand.com

