ตลาด EV ไทย 2026 โตพุ่ง 77% แบรนด์จีนกวาดส่วนแบ่ง 90% รุกหนัก Smart Car

วงการยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อข้อมูลล่าสุดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการขยายตัวอย่างยั่งยืนด้วยตัวเลขการเติบโตของยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 77.8% ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการรุกตลาดอย่างหนักของค่ายรถยนต์จากแดนพญามังกร

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในงาน Big Motor Sale 2026 และการผลักดันเชิงนโยบายจากภาครัฐ ตลาดรถยนต์อัจฉริยะในไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล แต่ยังลามไปถึงระบบขนส่งมวลชนและโครงสร้างพื้นฐาน AI-assisted ที่จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้

หน้าจอแผงคอนโซลอัจฉริยะภายในรถยนต์ EV แสดงระบบ AI ช่วยขับขี่

เจาะสถิติ BEV ไทย 7 เดือนแรก: จีนครองเบ็ดเสร็จ 90%

จากรายงานล่าสุดของกรมการขนส่งทางบก (DLT) และ JETRO พบว่ายอดจดทะเบียนรถ BEV ใหม่ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 มีจำนวนรวมสูงถึง 144,189 คัน โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 126,439 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีก 16,883 คัน ซึ่งกลุ่มผู้เล่นที่ครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จยังคงเป็นแบรนด์จากประเทศจีนที่มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันสูงถึง 90%

  • ผู้นำตลาดหลัก: BYD (DENZA) และ CHERY (OMODA/JAECOO) ยังคงรักษาระดับยอดจดทะเบียนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์นั่ง
  • ดาวรุ่งและแบรนด์พรีเมียม: GEELY/ZEEKR เริ่มขยับขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในเดือนกรกฎาคม ควบคู่ไปกับ SAIC Motor CP หรือ MG
  • รุ่นยอดนิยม: MG S5 EV เคยสร้างปรากฏการณ์ครองแชมป์ยอดจดทะเบียนสูงสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 เพียงเดือนเดียวถึง 18,042 คัน

นโยบายภาษีและโครงสร้างพื้นฐาน: ฟันเฟืองสำคัญสู่ Smart City

การเติบโตที่ก้าวกระโดดนี้ไม่ได้มาจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงผลักดันเชิงนโยบายที่กลุ่มธุรกิจเร่งอุทธรณ์ให้รัฐบาลปรับปรุงภาษีสรรพสามิตนำเข้า EV เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในภาคขนส่งมวลชน โดย NEX-AAB ได้แสดงความพร้อมในการผลิตรถบัสไฟฟ้าจำนวน 1,520 คันให้กับ ขสมก. (BMTA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยาย EV Ecosystem ในประเทศไทยให้ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถโดยสารสาธารณะ

AI และระบบขับขี่อัจฉริยะ: พรมแดนใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า

เทรนด์ที่น่าจับตาที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 คือการบูรณาการเทคโนโลยี AI-assisted เข้ากับรถยนต์ไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Smart Car แบรนด์ชั้นนำทั้งจากจีนและยุโรปเริ่มนำเสนอฟีเจอร์ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างบริษัทรถยนต์และยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการสื่อสารระหว่างรถยนต์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ในปี 2570 ต่อไป

ขบวนรถบัสไฟฟ้าสาธารณะที่สถานีชาร์จพลังงานสะอาด

ภาพรวมอุตสาหกรรม EV ในประเทศไทยขณะนี้คือช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านที่เข้มข้น แม้แบรนด์จีนจะครองส่วนแบ่งตลาดในระยะสั้นได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ความท้าทายในระยะยาวจะอยู่ที่การปรับตัวของโครงสร้างภาษี เงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น และการพัฒนาศักยภาพในการผลิตภายในประเทศที่มียอดสะสมในช่วง 7 เดือนแรกอยู่ที่ 46,924 คัน หากประเทศไทยสามารถรักษาสมดุลระหว่างการนำเข้าและการส่งเสริมการผลิต พร้อมกับการเร่งพัฒนาบุคลากรด้าน AI และ Smart Technology ได้ ตลาด EV ไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาคอาเซียนอย่างแน่นอน